facebook-pixelcode ผิวแห้งหยาบกร้าน ไม่เรียบเนียน ขนคุดตามลำตัว แก้อย่างไรดี?
 

ขนคุด อาการของผิวแห้งหยาบกร้านไม่เรียบเนียนแก้อย่างไรดี?

ปัญหาผิวหยาบกร้าน ผิวไม่เรียบเนียน โดยเฉพาะบริเวณต้นแขนที่หลาย ๆ คนมักเรียกว่า ขนคุด หรือถ้าถ้าเป็นที่ขา บางคนก็เรียกว่าเป็น strawberry legs… ปัญหาเหล่านี้ มักมีอาการผิวแห้ง คัน ระคายเคืองง่าย แต่ว่าสาเหตุเกิดจากอะไร และจะดูแลอย่างไรดี บทความนี้มีคำตอบให้!

ขนคุด อาการของผิวแห้งหยาบกร้านไม่เรียบเนียนแก้อย่างไรดี?

ปัญหาผิวหยาบกร้าน ผิวไม่เรียบเนียน โดยเฉพาะบริเวณต้นแขนที่หลาย ๆ คนมักเรียกว่า ขนคุด หรือถ้าถ้าเป็นที่ขา บางคนก็เรียกว่าเป็น strawberry legs… ปัญหาเหล่านี้ มักมีอาการผิวแห้ง คัน ระคายเคืองง่าย แต่ว่าสาเหตุเกิดจากอะไร และจะดูแลอย่างไรดี บทความนี้มีคำตอบให้!

ปัญหาขนคุดตามต้นแขนหรือต้นขา สามารถพบได้ตั้งแต่อายุย่างเข้าวัยรุ่น จนกระทั่งเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ ถือว่าเป็นเรื่องปกติ เพราะ 40% ของผู้ใหญ่มักมีปัญหานี้1 และ 30-50% ของผู้ที่มีปัญหานี้ มักพบว่ามีประวัติคนในครอบครัวเคยเป็นเช่นเดียวกัน... เวลาลูบไปตามผิวจะรู้สึกสะดุด สัมผัสหยาบกร้าน สากมือ บางคนอาจมีอาการคัน ระคายเคืองง่าย อักเสบ แดง และแพ้ง่าย หนำซ้ำยังทำให้ผิวดูไม่สดใส สีผิวไม่สม่ำเสมอ ทำให้บางคนสูญเสียความมั่นใจ และไม่กล้าที่จะสวมใส่เสื้อผ้าที่เผยผิวบริเวณที่เป็น

ผิวแห้ง หยาบกร้าน

ขนคุด คืออะไร

ขนคุด หรือ Keratosis Pilaris หรือ เรียกย่อ ๆ ว่า KP เป็นลักษณะอาการทางผิวหนังชนิดหนึ่ง ที่เกิดจากการเซลล์ผิวหนังของเรามีการแบ่งตัวมากจนเกินไป จนมีการอุดตันเกิดขึ้นที่บริเวณของรูขุมขน สามารถพบได้ในผู้ใหญ่สูงถึง 40% และมีปัจจัยทางด้านกรรมพันธุ์เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

ลักษณะของอาการที่พบ

อาการที่เราสามารถสัมผัสได้ คือ ผิวบริเวณนั้น มักจะแห้ง คัน ระคายเคืองง่าย1 มีตุ่ม ๆ ตอ ๆ เกิดขึ้นบริเวณรูขุมขน ทำให้เวลาลูบไปที่ผิวแล้ว สัมผัสได้ถึงความหยาบกร้านและไม่เรียบเนียน อีกทั้งยังมีการอักเสบและผลิตเม็ดสีเมลานินเกิดขึ้น บางคนเห็นเป็นจุดแดง ๆ บางคนก็เป็นจุดดำ ๆ ซึ่งจริง ๆ แล้ว ขนคุดสามารถเกิดได้ทุกบริเวณของร่างกายที่มีรูขุมขนและเส้นขนนั่นเอง แต่มักจะพบมากในบริเวณต้นแขน และต้นขา (ดังรูป)

ขนคุด ลักษณะขนคุด

เซราไมด์และซาลิไซลิก แอซิด ช่วยดูแลปัญหาผิวขนคุดได้อย่างไร

เพราะอาการของขนคุด หรือ KP จะมีอาการของผิวแห้ง คัน ระคายเคืองที่นำมาก่อน ประกอบกับรูขุมขนที่มีการอุดตันเกิดขึ้น ดังนั้น หัวใจสำคัญในการดูแลปัญหาผิวขนคุดจะต้องแก้ที่ 2 จุดซึ่งก็คือ

1.บรรเทาอาการ แห้ง คัน ระคายเคือง หรือการอักเสบที่อาจเกิดขึ้น

สำหรับอาการผิวแห้งนั้น เกิดมาจากชั้นปราการผิวที่ไม่แข็งแรง การเติมเซราไมด์ ซึ่งเป็นไขมันชนิดที่จำเป็นกลับเข้าสู่ผิว จะช่วยบรรเทาอาการแห้ง คัน ในคนที่มีปัญหาขนคุดได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมาก เพราะหากคนที่เป็นขนคุดปล่อยให้มีอาการผิวแห้งคัน แล้วมีการเกาเกิดขึ้น จะทำให้ปราการผิวถูกทำร้ายมากยิ่งขึ้น และมีโอกาสที่จะติดเชื้อที่ผิวหนังร่วมด้วยได้

2.เร่งกระบวนการผลัดเซลล์ผิว พร้อมสลายเซลล์ผิวที่อุดตันบริเวณรูขุมขน

ในส่วนของการเร่งกระบวนการผลัดเซลล์ผิว และสลายสิ่งอุดตันที่รูขุมขน ทางการแพทย์นิยมใช้ Chemical Exfoliator หรือ สารที่ช่วยในการผลัดเซลล์ผิวที่เป็นกรดผลไม้ต่าง ๆ อาทิ

  • AHA
  • เช่น ไกลโคลิก แอซิด หรือ BHA อย่างเช่น ซาลิไซลิก แอซิด ซึ่งจะคุณสมบัติอันโดดเด่น เพราะสามารถละลายในไขมันได้ดีกว่า AHA ทั่วไป ทำให้สามารถซึมผ่านเข้าไปในรูขุมขน และเคลียร์เซลล์ผิวที่อุดตันรูขุมขนออกได้ดีกว่า ซาลิไซลิก แอซิด จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญที่จะช่วยในการปรับผิวให้เรียบเนียนยิ่งขึ้น

  • สารที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวชนิดอื่น ๆ
  • เช่น Gluconolactone หรือ PHA (Polyhydroxy acid) ซึ่งจุดเด่นของสารกลุ่มนี้ คือ มีขนาดโครงสร้าโมเลกุลที่ใหญ่ จึงไม่แทรกซึมเข้าไปผลัดเซลล์ผิวที่อยู่ชั้นล่าง จะผลัดก็แต่เซลล์ผิวชั้นบนสุดเท่านั้น จึงให้ความอ่อนโยนได้มากกว่ากรดชนิดอื่น ๆ

    ซึ่งถ้าเราสามารถจัดการกับต้นตอในการเกิดขนคุด ทั้ง 2 อย่างนี้ได้ ปัญหาขนคุดตามผิวกายก็จะค่อย ๆ ลดลง

    การเลือกผลิตภัณฑ์ดูแลขนคุดอย่างถูกวิธี

    โดยทั่วไป เมื่อเรามีปัญหาขนคุด บางคนมักจะนึกถึงการสครับ หรือการขัดผิว เพราะเม็ดสครับ จะช่วยทำให้เซลล์ผิวที่อุดตันรูขุมขนอยู่หลุดออกไปและทำให้ผิวเรียบเนียนยิ่งขึ้น... แต่ในความเป็นจริงแล้ว การใช้สครับ หรือผลิตภัณฑ์ที่มีเม็ดบีดส์ในการขัดผิว จะยิ่งไปทำให้ชั้นปราการผิวถูกทำลายมากยิ่งขึ้นและส่งผลให้วงจรของผิวหยาบกร้าน ไม่เรียบเนียน และปัญหาขนคุด กลับมาเป็นซ้ำได้อีกเรื่อย ๆ ไม่หายขาดเสียที

    แพทย์ผิวหนังจึงแนะนำวิธีการดูแลขนคุดอย่างถูกวิธี โดยใช้สารที่มีส่วนช่วยในกระบวนการผลัดเซลล์ผิวที่กล่าวไปข้างต้น เพื่อช่วยในการขจัดเซลล์ผิวตาย ที่อุดตันรูขุมขนอยู่ให้หลุดออกไปมากกว่าการใช้สครับหรือเม็ดบีดส์ ร่วมกับการดูแลชั้นปราการผิวให้แข็งแรงเพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาขนคุดกลับมาเป็นซ้ำได้อีก

    แนะนำ เซราวี เอสเอ สมูธติ้ง คลีนเซอร์

    เซราวี เอสเอ สมูธติ้ง คลีนเซอร์ มีส่วนผสมของ ซาลิไซลิก แอซิด (BHA) และ กลูโคโนแลคโตน (PHA) ที่มีส่วนช่วยในกระบวนการผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน ไม่ทำให้เกิดการระคายเคืองผิวเหมือนเม็ดสครับ จึงช่วยทำให้ผิวกลับมาเรียบเนียนโดยที่ไม่ทำร้ายชั้นปราการผิว อีกทั้งส่วนผสมอื่น ๆ ที่ช่วยเสริมปราการผิวให้แข็งแรง อาทิ...

    • เซราไมด์ 1,3,6-II ที่เข้าไปเติมเต็มชั้นไลปิดไบเลเยอร์ จึงช่วยบรรเทาอาการผิวแห้งคันในคนที่มีปัญหาขนคุดได้เป็นอย่างดี
    • ไฮยาลูรอน ที่ให้ความชุ่มชื่นและช่วยโอบอุ้มน้ำให้กับผิว
    • ไนอะซินาไมด์ ที่ช่วยปลอบประโลมผิว ลดการอักเสบ และต่อต้านอนุมูลอิสระ จึงช่วยลดการอักเสบที่เกิดขึ้นบริเวณรูขุมขนได้เป็นอย่างดี
    • สูตรที่อ่อนโยน เหมาะกับสภาพผิวที่บอบบางมีแนวโน้มแพ้ง่าย (Allergy tested) ด้วยสารทำความสะอาดที่ให้ฟองโฟมนุ่มสบายผิว ปราศจากน้ำหอม, สารทำความสะอาดกลุ่มซัลเฟต สารแต่งสี และสารกันเสียพาราเบน
    • ค่า pH มีค่าความเป็นกรดด่างเท่ากับ physiological pH ของผิวสุขภาพดี (pH5.0)
    • ไม่ก่อให้เกิดอาการระคายเคือง มีการทดสอบแล้วว่ามีความอ่อนโยนต่อผิว แม้ใช้ต่อเนื่อง 4 สัปดาห์ กับทั้งใบหน้าและลำตัวก็ไม่ทำให้เกิดการระคายเคือง (Tolerability test) และไม่ทำให้อุดตันรูขุมขน (non-comedogenic)
    • ปราศจากสารสบู่ ที่มีฤทธิ์เป็นด่าง (soap-free) ไม่ทำให้รู้สึกแห้ง หรือตึงผิวหลังล้างหน้า
    คลีนเซอร์ เซราวี

    วิธีการใช้

    เซราวี เอสเอ สมูธติ้ง คลีนเซอร์ ผ่านการพิสูจน์แล้วว่าช่วยฟื้นผิวเรียบเนียนใน 3 วัน2 วิธีการใช้คือ ผสมคลีนเซอร์กับน้ำจนเกิดฟอง ลูบไล้ให้ทั่วบริเวณที่เป็นขนคุด หรือบริเวณที่แห้ง หยาบกร้าน และไม่เรียบเนียน เช่นบริเวณที่มีสิวผด สิวที่แผ่นหลัง และเพื่อประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น ควรฟอกทิ้งไว้ 1-2 นาที แล้วจึงล้างออก (แต่ไม่ควรฟอกทิ้งไว้นานเกิน 3 นาที) อาการต่าง ๆ ของขนคุดจะค่อย ๆ ดีขึ้น ทั้งด้านความแห้ง ตึงระคายเคือง หรือรอยอักเสบต่าง ๆ ตามรูขุมขน รวมไปถึงจุดตุ่มแดงหรือตุ่มดำต่าง ๆ ก็จะลดลงจนสังเกตุได้

    สรุป

    การดูแลปัญหาขนคุด ควรเริ่มต้นจากการทำความสะอาดที่ถูกวิธี โดยใช้คลีนเซอร์ที่มีส่วนผสมที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวให้หลุดออกอย่างอ่อนโยนและไม่ทำร้ายชั้นปราการผิว พร้อมปรับปราการผิวให้แข็งแรงไปพร้อม ๆ กันด้วยส่วนผสมของเซราไมด์ที่จำเป็นต่อผิว 3 ชนิด นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีเม็ดสครับหรือเม็ดบีดส์ขัดผิวเพราะจะทำให้ปราการผิวถูกทำลายมากยิ่งขึ้น หลังทำความสะอาดผิวแล้วควรใช้มอยเจอร์ไรเซอร์ที่มีส่วนผสมของเซราไมด์บำรุงผิวเป็นประจำ เพียงเท่านี้ ผิวของคุณก็จะกลับมา เนียนนุ่ม ชุ่มชื่น คืนความเรียบเนียน ให้คุณมั่นใจที่จะอวดผิวใสสุขภาพดีอีกครั้ง

    1.Tanawatt Kootiratrakarn, Kowit Kampirapap, and Chakkrapong Chunhasewee, “Epidermal Permeability Barrier in the Treatment of Keratosis Pilaris,” Dermatology Research and Practice, vol. 2015, Article ID 205012, 5 pages, 2015.

    2.ผลการทดสอบความพึงพอใจในอาสาสมัคร 52 คน หลังใช้ผลิตภัณฑ์ต่อเนื่อง 3 วัน โดยสถาบันวิจัยลอรีอัล ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อมีนาคม 2021