facebook-pixelcode ปัญหา ผิวแห้ง หยาบกร้าน ไม่เรียบเนียน ทำอย่างไรดี?
 

ปัญหา ผิวแห้ง หยาบกร้าน ไม่เรียบเนียน ทำอย่างไรดี?

หลายคนอาจกำลังประสบกับปัญหา ผิวแห้ง หยาบกร้าน ไม่เรียบเนียน ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องปกติมาก เนื่องจาก 40% ของผู้ใหญ่ มักมีปัญหาผิวแห้งหยาบกร้าน และไม่เรียบเนียน ตามบริเวณต่าง ๆ ของร่างกาย อย่างเช่น ใบหน้า หรือ ลำตัว ท่อนแขน, แผ่นหลัง ซึ่งในบทความนี้เราจะมารู้จักกับปัญหาผิวหยาบกร้านและไม่เรียบเนียนกัน พร้อมทั้งวิธีดูแลผิวที่ถูกต้อง

ปัญหา ผิวแห้ง หยาบกร้าน ไม่เรียบเนียน ทำอย่างไรดี?

หลายคนอาจกำลังประสบกับปัญหา ผิวแห้ง หยาบกร้าน ไม่เรียบเนียน ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องปกติมาก เนื่องจาก 40% ของผู้ใหญ่ มักมีปัญหาผิวแห้งหยาบกร้าน และไม่เรียบเนียน ตามบริเวณต่าง ๆ ของร่างกาย อย่างเช่น ใบหน้า หรือ ลำตัว ท่อนแขน, แผ่นหลัง ซึ่งในบทความนี้เราจะมารู้จักกับปัญหาผิวหยาบกร้านและไม่เรียบเนียนกัน พร้อมทั้งวิธีดูแลผิวที่ถูกต้อง

hydrating-ha-serum

ผิวหยาบกร้าน ไม่เรียบเนียน เกิดจากอะไร

ปกติชั้นผิวของเรา จะแบ่งออกเป็น 3 ชั้น ได้แก่ผิวชั้นบนสุด หรือผิวชั้นหนังกำพร้า (Epidermis) จะเป็นผิวชั้นที่มีหน้าที่ในการปกป้องร่างกายของเราจากสิ่งแวดล้อมและเชื้อโรคต่าง ๆ รวมทั้งรักษาความชุ่มชื่นให้กับผิว ซึ่งผิวชั้นนี้จะมีกระบวนการสร้างเซลล์ใหม่ และมีการผลัดเซลล์ผิว โดยรอบในการผลัดเซลล์ผิวปกติจะอยู่ที่ประมาณ 28 วัน แต่เมื่อเราอายุเพิ่มมากขึ้น กระบวนการผลัดเซลล์ผิวจะเกิดช้าลง ทำให้มีเซลล์ผิวที่ตายแล้ว หรือ dead cells มากองสะสมอยู่ที่ผิวชั้นบนเพิ่มมากขึ้นผิวก็จะดูหยาบกร้าน หมองคล้ำ สีผิวไม่สม่ำเสมอ ประกอบกับในบางคนจะมีสภาวะที่เรียกว่า hyperkeratosis ซึ่งมีส่วนมาจากพันธุกรรมทำให้มีการสร้างเซลล์ผิวใหม่ที่มากเกินกว่าปกติ และโปรตีนเคราตินมาสะสมอยู่ที่ผิวชั้นบนมากเกินไป จนเกิดการอุดตันของรูขุมขน กลายเป็นขนคุด หรือบางคนอาจจะเรียกว่าเป็นสิวผดทั้งบริเวณของใบหน้าและตามลำตัว ซึ่งเป็นลักษณะของผิวที่หยาบกร้าน ไม่เรียบเนียน ลูบบนผิวแล้วให้ความรู้สึกเหมือนกระดาษทราย ดูไม่สวยงามและทำให้ผู้ที่เป็นขาดความมั่นใจในการสวมใส่เสื้อผ้าที่จะเปิดผิวบริเวณดังกล่าวอีกด้วย

hydrating-ha-serum

อาการของผิวแห้ง

อาการที่มักพบได้ในคนที่มีปัญหาผิวหยาบกร้าน ไม่เรียบเนียน เช่น ผิวแห้งมากเป็นพิเศษ เนื่องจากชั้นผิวมีการสูญเสียความสมดุลของเซราไมด์ไป จะมีการสูญเสียน้ำออกจากผิว หรือที่เรียกว่า Transepidermal water loss (TEWL) มากกว่าปกติ บางคนอาจมีอาการคันร่วมด้วย ซึ่งทำให้สร้างความรำคาญ รู้สึกไม่สบายผิว และหากมีการเกาเกิดขึ้นอาจทำให้เกิดเป็นแผลเปิด และมีการอักเสบติดเชื้อของผิวตามมาได้อีกด้วย

บทบาทสำคัญของ เซราไมด์และซาลิไซลิก แอซิด

บทบาทสำคัญของผิวที่หยาบกร้าน ไม่เรียบเนียน ของเซราไมด์และซาลิไซลิก แอซิด คือ มีองค์ประกอบของปราการผิวประกอบไปด้วยเซลล์ผิวและชั้นไขมันไลปิดไบเลเยอร์ซึ่ง ประกอบไปด้วย

  • เซราไมด์ 50%
  • คลอเลสเตอรอล 25%
  • และ แฟตตี้แอซิด 10-20%

hydrating-ha-serum

ความแข็งแรงของชั้นปราการผิวมีบทบาทสำคัญเป็นอย่างมาก สำหรับคนที่มีปัญหาผิวไม่เรียบเนียน เนื่องจากสมดุลของเซราไมด์ที่สูญเสียไป ทำให้สภาพผิวมีความแห้ง และสูญเสียน้ำออกจากผิวมากกว่าปกติ มีค่า TEWL สูง ประกอบกับมีอาการคันร่วมด้วย

ในส่วนของผิวที่ไม่เรียบเนียนเนื่องจากมีเซลล์ผิวที่ตายแล้วและเคราตินสะสมอยู่มากกว่าปกติและอาจมีการอุดตันของรูขุมขนเกิดขึ้นนั้น จำเป็นจะต้องใช้สารที่มีส่วนช่วยในกระบวนการผลัดเซลล์ผิวเร่งให้ผลัดได้เร็วขึ้น จึงจะสามารถจัดการกับผิวไม่เรียบเนียนได้ ซาลิไซลิก แอซิด หรือ BHA ซึ่งคุณสมบัติอันโดดเด่นเพราะสามารถละลายในไขมันได้ดีกว่ากรดผลไม้ (AHA) ทำให้สามารถซึมผ่านเข้าไปในรูขุมขน และเคลียร์เซลล์ผิวกับเคราตินที่อุดตันรูขุมขนออกได้ดีกว่า จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญที่จะช่วยในการปรับผิวให้เรียบเนียนยิ่งขึ้น

วิธีการดูแลผิวแห้งหยาบกร้าน และไม่เรียบเนียนอย่างถูกวิธี

โดยทั่วไป เมื่อเรามีปัญหาผิวแห้งหยาบกร้านและไม่เรียบเนียน บางคนมักจะนึกถึงการสครับ หรือการขัดผิว เพราะเม็ดสครับ จะช่วยทำให้เซลล์ผิวที่อุดตันรูขุมขนอยู่หลุดออกไปและทำให้ผิวเรียบเนียนยิ่งขึ้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว การใช้สครับ หรือผลิตภัณฑ์ที่มีเม็ดบีดส์ในการขัดผิว จะยิ่งไปทำให้ชั้นปราการผิวถูกทำลายมากยิ่งขึ้นและส่งผลให้วงจรของผิวหยาบกร้านและไม่เรียบเนียนกลับมาเป็นซ้ำได้อีกเรื่อย ๆ ไม่หายขาดเสียที

แพทย์ผิวหนังจึงแนะนำวิธีการดูแลผิวหยาบกร้านและไม่เรียบเนียนอย่างถูกวิธี โดยใช้สารที่มีส่วนช่วยในกระบวนการผลัดเซลล์ผิวเพื่อช่วยในการขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วและเคราตินที่อุดตันอยู่ให้หลุดออกไปมากกว่าการใช้สครับหรือเม็ดบีดส์

แนะนำเซราวี เอสเอ สมูธติ้ง คลีนเซอร์

เซราวี เอสเอ สมูธติ้ง คลีนเซอร์ มีส่วนผสมของ ซาลิไซลิก แอซิด (BHA) และ กลูโคโนแลคโตน (PHA) ที่มีส่วนช่วยในกระบวนการผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน ไม่ทำให้เกิดการระคายเคืองผิวเหมือนเม็ดสครับ จึงช่วยทำให้ผิวกลับมาเรียบเนียนโดยที่ไม่ทำร้ายชั้นปราการผิว

คลีนเซอร์ เซราวี

อีกทั้งส่วนผสมอื่นๆ ที่ช่วยเสริมปราการผิวให้แข็งแรง อาทิ...

  • เซราไมด์ 1,3,6-II ที่เข้าไปเติมเต็มชั้นไลปิดไบเลเยอร์ จึงทำให้การผลัดเซลล์ผิวเป็นไปอย่างอ่อนโยน และไม่ทำให้ผิวลอกเป็นขุย
  • ไฮยาลูรอน ที่ให้ความชุ่มชื่นและช่วยโอบอุ้มน้ำให้กับผิว
  • ไนอะซินาไมด์ ที่ช่วยปลอบประโลมผิว ลดการอักเสบ และต่อต้านอนุมูลอิสระ
  • สูตรที่อ่อนโยน เหมาะกับสภาพผิวที่บอบบางแพ้ง่าย (Allergy tested) ด้วยสารทำความสะอาดที่ให้ฟองโฟมนุ่มสบายผิว ปราศจากน้ำหอม, สารทำความสะอาดกลุ่มซัลเฟต สารแต่งสี และสารกันเสียพาราเบน
  • ค่าความเป็นกรดด่าง มีค่าความเป็นกรดด่างเท่ากับ physiological pH ของผิวสุขภาพดี
  • ไม่ระคายเคืองต่อผิว ทดสอบความอ่อนโยนแล้ว ว่าสามารถใช้ได้กับทั้งใบหน้าและลำตัวอย่างต่อเนื่องโดยไม่ทำให้เกิดการระคายเคือง (Tolerability test) และไม่ทำให้อุดตันรูขุมขน (non-comedogenic)
  • ปราศจากสารสบู่ ที่มีฤทธิ์เป็นด่าง (soap-free) ไม่ทำให้รู้สึกผิวแห้ง หรือตึงผิวหลังล้าง

วิธีการใช้งาน

เซราวี เอสเอ สมูธติ้ง คลีนเซอร์ ผ่านการพิสูจน์แล้วว่าช่วยฟื้นผิวเรียบเนียนใน 3 วัน* วิธีใช้คือ ผสมคลีนเซอร์กับน้ำจนเกิดฟอง ลูบไล้ให้ทั่วบริเวณที่ ผิวแห้ง หยาบกร้าน และไม่เรียบเนียน เช่นบริเวณที่มีสิวผด สิวที่แผ่นหลัง หรือขนคุด และเพื่อประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น ควรฟอกทิ้งไว้ 1-2 นาที แล้วจึงล้างออก

สรุป

การดูแลผิวแห้งหยาบกร้าน ไม่เรียบเนียน มีปัญหาสิวผด สิวที่แผ่นหลัง หรือขนคุด ควรเริ่มต้นจากการทำความสะอาดที่ถูกวิธีโดยใช้คลีนเซอร์ที่มีส่วนผสมที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวที่สะสมอยู่มากเกินไปให้หลุดออกอย่างอ่อนโยนและไม่ทำร้ายชั้นปราการผิว หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีเม็ดสครับหรือเม็ดบีดส์ขัดผิว เพราะจะทำให้ปราการผิวถูกทำลายมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้หลังทำความสะอาดผิวแล้วควรใช้มอยเจอร์ไรเซอร์ที่มีเซราไมด์ที่จำเป็นต่อผิวทั้ง 3 ชนิด บำรุงผิวเป็น

ประจำ เพียงเท่านี้ ผิวของคุณก็จะกลับมา เนียนนุ่ม ชุ่มชื่น คืนความเรียบเนียน ให้คุณมั่นใจที่จะอวดผิวใสสุขภาพดีอีกครั้ง

*ผลการทดสอบความพึงพอใจในอาสาสมัคร 52 คน หลังใช้ผลิตภัณฑ์ต่อเนื่อง 3 วัน โดยสถาบันวิจัยลอรีอัล ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อมีนาคม 2021